อิสระแห่งตัวตน

posted on 09 Mar 2010 17:26 by gojamana

เคยเห็นไหม นั่งคุยโทรศัพท์ได้ทั้งวัน จะคุยอะไรกันนักหนาไปหากันง่ายกว่าไหม เพราะตอนคุยก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว 
เคยเห็นไหม ไปหาซื้อบีๆ เครื่องเป็นหมื่นๆเอามาแค่มานั่งพิมพ์กันไปกันมา ถามกลับไปกลับตอบมาว่า ก็ได้จะมีเพื่อนตลอดเวลา แล้วตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่เนี่ยไม่เคยมีเพื่อน หรือไม่มีใครคบกันเลยหรอะ 
เคยเห็นไหม ยอมลงทุนลงแรงไปมากมายเพื่อให้ได้เป็นสิ่งที่อยากแม้ว่าเป็นแล้ว ก็ไม่ได้รับประกัน ว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น 
เป็นความคิดสำหรับความสงสัย กับความอคติมากมายในชีวิต 
ยุคสมัยเริ่มเปลี่ยนแปลงไปผู้คนมีความคิดและความเป็นตัวของตัวเองที่สูงมากขึ้น ทั้งกาย วาจา ใจ การกระทำทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงไป เพราะความต้องการที่ต้องการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นคิดเองได้ มีความเหตุเป็นของตัวเอง แต่กลับลดการยอมรับในความคิดของคนอื่นมากขึ้นเพราะการยอมรับสิ่งที่เป็นของคนอื่น เท่ากับ การละทิ้งความเป็นตัวของตัวเองยุคสมัยยุคหนึ่ง ความเป็นตัวของตัวเองถูกกดดันทำให้การแสดงออกที่นอกลู่นอกทางเป็นผลร้าย หรือกระทั้งดูถูกจากทางสังคมความกดดันเป็นตัวบีบและกระตุ้นให้เกิดความต่อต้านที่เก็บอยู่ภายใน จนถึงจุดหนึ่งสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น จะเป็นแรงผลักดัน ทำให้เกิดการระบายออกในวิถีทางที่หลากหลายโดนบางครั้งเกิดผลกระทบในระยะยาว 
สิ่งกดดันเหล่านั้นทำให้เกิดการต่อต้านมากมายอย่างมากขึ้นในทุกๆยุคที่ผ่านไปกับคนรุ่นแล้วรุ่นเล่าจนกระทั่ง ยุคหนึ่งได้ผ่านพ้นเข้ามา 
แล้วเริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการเป็นตัวของตัวเอง 
อิสระที่เกิดขึ้น จากความคิด และโลกที่เปิดกว้าง จะการยอมรับทางสังคมและโลกภายนอก ที่ดูเหมือนจะแคบลงเพียงแค่นิ้วสัมผัส โลกที่เปลี่ยนแปลงจากการความรู้จักแค่ข้ามรั้ว กลับกลายเป็นข้ามโลกในพริบตา 
อันความจริงมันก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ทุกคนจะมองเห็นว่ามันดีและมันก็มีอะไรดีๆอยู่มากมายในนั้น 
แต่กลับกลายเป็นข้อเสียเปรียบสำหรับคนหลายรุ่นที่ไม่เข้าใจความเป็นมาอย่างที่ควรจะเป็น และมองเห็นมันเป็นสิ่งที่ต้องตาต้องใจ 

หลายปีก่อน 
สินค้ายังไม่เกิด แต่ใกล้จะคลอดออกมาเป็นรู้เป็นร่างเต็มที เป็นสินค้าที่ไม่ต้องเสียตังแจ้งนางแบบสวยๆไม่ต้องไปหาเสื้อผ้างามๆ ก็สามารถสร้างสังสรรค์เป็นสินค้า ที่ผู้ซื้อจะต้องหาซื้อและแทบไม่ต้องโฆษณาใดๆ 
เป็นจุดขายจุดหนึ่ง ของสิ่งหลายสิ่ง ที่เกิดขึ้นมาไม่ว่าจะก่อนหรือหลังแต่มีลักษณะที่ใกล้เคียงกันอย่างเห็นได้ชัด 
ความใช้จุดเด่นประเดนสำคัญที่ทำให้สินค้าน่าสนใจอาจจะมาจากการต้องการการแสดงออก ที่ไม่เคยได้ตอบรับจากในอดีตมาสร้างสรรค์เป็นแนวคิด และทำให้มีผู้สนใจในตัวสินค้านั้น 
ความเป็นตัวของตัวเอง 
เป็นจุดขายที่ทำให้เกิดความเสียหายบางอย่างโดยไม่รู้ตัวคนรุ่นใหม่ที่หลงเข้าไปอยู่ในความเป็นไปในสิ่งเหล่านั้น เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้ผลิตและผู้สนับสนุนไปในตัวโดยพ่อค้าคนกลางก็ได้รับประทานพุงปลาเป็นแบบเช่นเดียวกับยุคก่อน 
ความเป็นตัวของตัวเอง และความเป็นอิสระ 
อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ถูกกำหนดเอาไว้ โดยคนรุ่นก่อนคนรุ่นหนึ่งสามารถใช้ช่องทางและหาประโยชน์จากความต้องการความเป็นอิสระเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายโดยที่ผู้บริโภคจะรู้หรือไม่ หรือรู้แต่ยอมจำนนเพื่อเพียงแค่ให้ตัวเองได้ในสิ่งที่อยาก 
ความเป็นตัวของตัวเอง และความเป็นอิสระทำให้เกิดจุดอ่อนที่มิอาจจะแก้ไข 
เมื่อเวลาผ่านไป ความนิยม และคุณค่าต่างๆจากสิ่งเหล่าในเป็นตัวการันตีความสำเร็จของการกระทำแห่งอิสรภาพครั้งนี้ มากขึ้น และ มากขึ้นจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนรุ่นนั้นต่างพากันแสวงหาห้นทางหนีออกจากระบบดังกล่าวแต่กลับสร้างโลกสิ่งหนึ่ง ที่สามารถเดินเข้าไปได้โดนไม่รู้ตัวและกลับออกมาเป็นผู้คนที่อยู่ภายใต้ระบบความคิดที่ไร้ซึ่งสิ่งที่ค้นหาในตอนต้น 
ความเป็นตัวของตัวเอง และความเป็นอิสระทำให้เกิดจุดอ่อนที่มิอาจจะแก้ไข 
สุดท้ายที่ไม่สิ้นสุดความคิดเหล่านั้นก็จะกลับเป็นความคิดที่จะฝังอยู่ภายในใจของทุกคน 
ระบบแทรกซึมทางความคิด ที่ทำให้มีความรู้สึกคิดในกรอบเปลี่ยนเป็นความรู้สึกคิดนอกกรอบ แต่อยู่ในกรอบที่ครอบความคิดเอาไว้ 

อิสระที่ไร้ความเป็นตัวของตัวเอง อิสระที่ถูกสร้างขึ้นโดยอยู่ในตัวเลือกที่มีให้เลือกไว้

เช้าวันใหม่ ขับรถออกจากบ้าน เพื่อไปส่งน้อง จากนั้นก็ไปสั่งอะไหล่ที่ศูนย์ แล้วก็ขับมากินข้าวที่คลองสอง

พอหลังจากกลับมา ซักผ้าล้างรถ

ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น T_T ตะปูมาจากไหนเนี่ย เซ็งจริง เพิ่งจะเปลี่ยนยางไม่ถึงเดือนเลย

สถาพก่อนแก้ไข

 Photobucket

สถาพหลังแก้ไข (ยัดยางไปก่อน ตอนแรกไปที่ร้าน นีกว่าเขาจะปะร้อนให้สะอีก เหอ)

 Photobucket

ไม่รู้ขึ้นอะไร กลับมาเก็บของเสร็จก็คิดว่าจะไปนั่งกินกาแฟคลองหกสะหน่อย

 เอ้าออกเดินทาง

PhotobucketPhotobucket 

Photobucket

 

Photobucket 

เอาหล่ะ มาถึงร้านกาแฟแล้ว เข้าไปซื้อสะหน่อย

Photobucket 

 

ร้านนี้กาแฟก็เข้มข้นดี ราคาแก้วละ 60 บาท เขามีเค้กทำมือสดให้ดูเลย ใครว่างๆก็แวะไปลองชิมไป อร่อยดี(แล้วแต่ชอบหน่ะ)

จากนั้นก็เดินทางต่อ

Photobucket 

ตรงไป

Photobucket 

ไปไหว้พระหน่อย วัดนี้หล่ะ

 Photobucket

Photobucket

Photobucket

 

 

 เดินทางต่อไป อย่าหยุด!!!`

Photobucket 

แวะวัดนี้สะหน่อย มีพระพุทธรูปตั้งอยู่อย่างงี้เลย

Photobucket 

 

องค์ใหญ่พอสวมควรเลย

Photobucket

Photobucket 

เอ้าหล่ะ เข้าสู่นครนายก

จัดหว่ะนี้เลยคิดว่า ไปน้ำตกสาริกาแล้วกัน ชื่อไพเราะดี อะๆ

 Photobucket

 

ตามป้ายไปเลยยย

ทางบ้านน้อกบ้านนอก เหๆ ข้างซ้ายเป็นคลอง ข้างขวาเป็นเกาะกลาง

 Photobucket

 

เกือบได้เสียว น้ำมันเกือบหมดถัง ไกลพอดู แถมเส้นนี้ตลอดทาง ไม่เจอปั๊มเลย พอไปจนถึงเมือง เจอะปั๊มแรกก็รีบเติมเลย แล้วก็ไปต่อ

 ตามป้ายไป

 Photobucket

ทางไปน้ำตกสาริกา ก็จะมีร้านกาแฟอยู่ร้านหนึ่ง จัดร้านน่ารักดีที่เดียวเลยหล่ะ

 Photobucket

เอ้าแล้วน้องหมีก็เดินไปสั่งกาแฟมากินสักแก้ว

 Photobucket

จากไม่รู้ว่าไมล์หมุนไปเท่าไร ตอนนี้ก็เท่านี้หล่ะ จากหน้าร้าน

Photobucket 

พอขับไปสักพัก เออไม่ไปน้ำตกละ ไปเขื่อนดีกว่่าาาาาาาาา(จริงๆมันก็ทางเดียวกันหล่ะ) 

เห็นสันเขื่อนหล่ะ 

 Photobucket

 ถึงแล้ว ป้ายหน่ะนะ

 Photobucket

 

จากนั้นต้องขึ้นเขาไปอีกหน่อย ก็ถึงสะที เขื่อนขุนด่าน โฮววววว

 Photobucket

 

Photobucket

 

 

บรรยายกาศโดยรอบ

Photobucket

 

Photobucket 

 

ถ่ายกับป้ายสะหน่อย จะได้รู้ว่ามาถึงแล้วววว

 Photobucket

ส่งเต้าหู้วันนี้ไกลจริงๆ เหอ

 Photobucket

 

เกือบลืม ทางขึ้นจะมีวงเวียน มีช้างเล่นน้ำด้วย

 Photobucket

 

ติดกันมีทั้งร้านค้า และสนาม ATV

 Photobucket

เมื่อเสร็จสิ้นเป้าหมาย ก็กลับละ 

 Photobucket

เดินทางมาจนตรงนี้ เลขสวย ออกชัวร์(ทะเบียนยังออกไปแล้วเลย 986)

 Photobucket

 

เส้นทางกลับบ้าน ใช้ทางไปบ้านนาและเข้าวังน้อยแทน

 Photobucket

ระยะทางยาวไกลมาก

 Photobucket

ไกลกว่าเดิมอีก

 Photobucket

แต่ดีที่มีชุมชนและ มีปั๊มน้ำมันตลอดทาง(นั้นหล่ะที่ดี เหๆ)

หลังจากเดินทางอย่างยาวนาน(ขอบอกว่าเหนื่อยมาก เลยไม่แวะถ่ายรูปเลย T_T ขับยาวๆมันเหนื่อยงี้เอง ไม่ได้ขับมานานแล้ว)

มื้อเย็น หลังจากออกมาเข้าเส้นหลักได้ ก็ซัดเลย

 Photobucket

 

ระยะอีกยาวไกล

 Photobucket

เข้าเขตอยุธยาและ

 Photobucket

ช่วงเวลาสุดท้ายของนักเดินทาง

 Photobucket

จากจุดเริ่มต้นมายังจุดจบ สรุปออกเดินทางจากร้านกาแฟร้านนี้หล่ะ ก็กลับมาจบที่ร้านกาแฟร้านนี้   อีกรอบ

 Photobucket

สรุปขับไประยะทางทั้งหมดกว่า 300 โล แวะพักเป็นจุดๆ ใช้เวลาเดินทางจนกลับบ้าน 6 ชั่วโมงพอดี

จากแค่จะขับรถไปกินกาแฟ กลายเป็นไปเที่ยวเขื่อนสะงั้น กางเกงขาสั้น เสื้อยืด ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย ของก็ไม่ได้แพ็กอะไรไป ตัวเปล่าๆ ไม่ได้ชวนใครไป ไม่มีอะไรทั้งนั้น วิ่งไปเรื่อยๆ อย่างบ้าคลั่ง

จบสิ้นกันสะทีกลับ "เวลาอยู่ที่ใจ กับ fino ของเสี่ย ครั้งที่ 1"

 

ครั้งหน้าจะมีเมื่อไร อยู่ที่ใจแล้วกัน เหอๆ 

edit @ 21 Nov 2009 20:53:44 by -W-

Fino ของ เสี่ย

posted on 09 Nov 2009 09:04 by gojamana

แนวๆของฉาน

ไม่แรง แต่ขอเท่ไว้ก่อน..หลังจากได้มอไซด์มาใหม่ เพราะทางบ้านกลัวว่าอาจจะมีเหตุจำเป็นจึงได้เอามาใช้

ความอยากเลยไปลอกสติ๊กเกอร์ออกหมดเลย แล้วตัดติดเองสะเลย เหอๆเพิ่มความเท่(ไม่เกี่ยวกับความแรง)ไม่นาน มายางมันก็เริ่มดอกหมด และล้อลวดก็ไม่กลมดังก่อน สนใจยางพวกtubelessเห็นเขาว่าทนทาน ก็เลยไปลองหามาขับรถส่งเต้าหู้ไปร้าน และไปหาล้อ12มาใส่ พร้อมยาง ล้อยื่ห้ออะไรจำไม่ได้(แต่ไม่น่าจะรู้จักกัน)กับยางIRCขนาด110/70 จากนั้นด้วยความลำบากก็แบกยางและล้อขึ้นมอเตอร์ไซด์ ขับไปอีกประมาณ500เมตรก็ถึงปั๊มน้ำมัน(ลำบากจริงๆขอบอกไปให้เขาใส่ยางพร้อมทำหัวให้ ร้านนี้เขาทำมาเยอะ(เขาบอก)สรุปราคา 150 บาท ค่าใส่ยางจากนั้นก็ขนของขับไปอีก500เมตร(ลำบากรอบสอง)เพื่อไปร้านมอไซด์ใกล้ๆ ทำการใส่ล้อเข้าไป ล้อหลังใส่ไม่ยาก แต่ล้อหน้างัดลูกปืนกับแกนอยู่นานเลย สรุปค่าใช้จ่าย 60 บาทเมื่อเสร็จขับออกมา ปรากฏว่าล้อหน้าติดบังโกนด้านหลัง(เสียงดังมาก เลยต้องขับช้าๆ) ล้อหลังติดสปิงโช็ค ต้องทนขับกลับมาที่บ้านเพื่อแก้ไขต้องไปถึงบ้านจัดการแก้ล้อหน้าก่อนเลย ถอดล้ออยู่นานกว่าจะออก(ไม่เคยทำเองมันเป็นเช่นนี้เอง) แล้วก็เอาบังโกนออกมาตัด ต้องตัดออกประมาณ2-3นิ้วเลย ไม่งั้นติดตอนเบรคแรงๆเสร็จก็ประกอบ ตอนประกอบเนี่ยหล่ะหนักหนา กว่าจะใส่ได้กินไปเกือบชั่วโมง(ไม่เป็นจริงๆ)ล้อหลังไขออกแล้วเอาแหวนจากร้านเครื่องมือช่างมาใส่ ใส่เพิ่มอีก2ตัวก็ไม่ติดและ ประกอบกับก็ไปลองรถ

 

ด้านหน้าmyfino

 

 

ด้านข้าง ล้ออ้วนๆดำๆ เข้ากับสีรถดีPhotobucket

 

 

ปิดท้ายด้วยชื่อร้านเต้าหู้เท่ๆแบบใกล้ชิดPhotobucketสรุป ออกตัวต้องใช้แรงมากกว่าเดิมพอสมควรเลย ยิ่งตอนขึ้นเนินนี้หนักหนาเอาการ

วิ่งปกติความเร็วสูงสุดลดลงจาก 115 เหลือแค่ 105 กม/ชม แต่อัตราเร่งตอนต้นไม่ตกมากนัก พอรับได้

อัตรากินน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย(ยังไม่ได้วัดว่าเท่าไร แต่สังเกตจากเกย์น้ำมันมันเอา)เข้าโค้งค่อยข้างดีกว่าเดิม

อัดความเร็วสั่นน้อยลง ถือว่าโอเค


edit @ 9 Nov 2009 13:06:50 by -W-

Categories